“พลิกหน้าหนังสือไว้อาลัย ส่องมุมมองที่ซ่อนอยู่ของประวัติศาสตร์สังคมไทย เปิดโลกใหม่ให้นิสิตเห็นความสำคัญของหลักฐานนอกกระแส”
ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการบรรยายพิเศษระดับปริญญาตรี ภายใต้หัวข้อ “หลักฐานจากความตาย: ชีวประวัติกับการศึกษาประวัติศาสตร์สังคมไทย” โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์กษิดิศ อนันทนาธร จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาหนังสืออนุสรณ์งานศพ ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ไม่เพียงบอกเล่าประวัติชีวิตของบุคคลในแต่ละยุคสมัย แต่ยังสะท้อนค่านิยม ความเชื่อทางศาสนา พิธีกรรม และบริบททางสังคมที่แวดล้อมบุคคลนั้น ๆ หนังสือประเภทนี้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรมไทยในแง่มุมที่หลากหลายและลึกซึ้ง
การบรรยายมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้นิสิตสาขาวิชาประวัติศาสตร์ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักวิชาการผู้มีความเชี่ยวชาญระดับชาติ เสริมสร้างทักษะการวิเคราะห์เชิงวิพากษ์และการเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งหลักฐานที่มีความเฉพาะทาง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นิสิตได้ฝึกการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และการทำงานในอนาคต การเรียนรู้จากกรณีศึกษาหนังสืออนุสรณ์งานศพยังช่วยให้นิสิตเข้าใจประวัติศาสตร์ในมิติที่กว้างขึ้น ครอบคลุมทั้งเรื่องราวของบุคคล ความสัมพันธ์ทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัย
นอกจากนี้ ความรู้ที่ได้รับจากการบรรยายยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดทั้งในด้านการเรียน เช่น การทำวิจัย การเขียนรายงาน หรือการทำวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สังคมไทย รวมถึงการประยุกต์ใช้ในสายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านหอจดหมายเหตุ พิพิธภัณฑ์ การสื่อสารประวัติศาสตร์ หรือการจัดทำฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์เพื่อการเรียนการสอนและการเผยแพร่สู่สังคม
โครงการนี้จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ ห้อง Main Conference กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (CITCOMS) มหาวิทยาลัยนเรศวร นับเป็นอีกหนึ่งเวทีทางวิชาการที่เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้นิสิตได้มองเห็นศักยภาพของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอยู่รอบตัว แม้แต่หนังสือที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้วายชนม์ ก็สามารถกลายเป็นประตูสำคัญในการทำความเข้าใจเรื่องราวของชีวิต ความเชื่อ และโครงสร้างสังคมไทยได้อย่างลึกซึ้งและมีคุณค่าต่อการศึกษาทางวิชาการและการทำงานในอนาคต
























