“Social Development & Entrepreneurship 2025: จุดพลังนิสิต สร้างนักทำกิจกรรมเพื่อสังคมสุขภาวะ ด้วยเทคโนโลยีและหัวใจ”

กิจกรรมภายใต้โครงการ Social Development & Entrepreneurship 2025 ในหัวข้อ “นักทำกิจกรรมเพื่อสังคมสุขภาวะ” ที่จัดขึ้นโดยภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ โรงละครอาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ มหาวิทยาลัยนเรศวร ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นิสิตสาขาวิชาพัฒนาสังคม และนิสิตที่สนใจสาขาอื่นๆ ได้เรียนรู้บทบาทของตนในฐานะ “Active Citizen” ผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์ กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความรู้ความเข้าใจในประเด็นสุขภาวะเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงแนวคิดการประกอบการเพื่อสังคมผ่านกระบวนการตลาดเชิงสังคมด้วยเทคโนโลยี ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ตลอดกิจกรรม นิสิตได้มีโอกาสรับฟังการบรรยายในหัวข้อ “Good Health & Well Being: Active Citizen for SDGs” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน รักษาการในตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงร่วมเสวนากับผู้เชี่ยวชาญจากภาคสาธารณสุขในระดับพื้นที่ อาทิ คุณเบญจวรรณ พุทธิมัย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี คุณสมภพ ปานมณี นักวิชาการสาธารณสุข โรงพยาบาลผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคุณนภายุ เฮียงเฮี้ย จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดอนมะเกลือ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มาถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการส่งเสริมสุขภาวะผ่านกรณีศึกษาจริงในการลดพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลในกลุ่มเยาวชนด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการตลาดเชิงสังคม ซึ่งเป็นตัวอย่างของนวัตกรรมทางสังคมที่เกิดจากการลงมือทำอย่างจริงจังในระดับพื้นที่

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้นิสิตเกิดความเข้าใจในมิติของสุขภาวะทั้งทางกาย ใจ สังคม และปัญญา ตลอดจนตระหนักถึงบทบาทของตนในการริเริ่มกิจกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน นิสิตหลายคนเริ่มมองเห็นแนวทางในการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับจากกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโครงการเพื่อชุมชน การวางแผนรณรงค์ การสื่อสารสาธารณะผ่านสื่อดิจิทัล หรือการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ทางสังคม สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนทางปัญญาและแรงบันดาลใจที่สามารถต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ในชั้นเรียน ตลอดจนการทำงานในอนาคตในฐานะนักพัฒนาสังคมที่ไม่เพียงแต่มุ่งหวังความสำเร็จเฉพาะตน แต่ยังมุ่งหวังให้สังคมดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ในฐานะนิสิตสาขาพัฒนาสังคม กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการขัดเกลาทัศนคติและปลูกฝังจิตวิญญาณของการเป็น “นักทำกิจกรรมเพื่อสังคม” ที่พร้อมจะลงแรง ลงใจ ใช้ความรู้และความสามารถของตนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคม โดยไม่จำกัดว่าการประกอบการเพื่อสังคมจะต้องเริ่มจากการตั้งบริษัทหรือองค์กร แต่สามารถเริ่มจากกิจกรรมเล็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจและเข้าใจในปัญหาของผู้คนอย่างแท้จริง กิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงประสบการณ์ในวันหนึ่ง แต่เป็นบทเรียนชีวิตที่นิสิตสามารถนำติดตัวไปใช้ได้ตลอดเส้นทางของการเป็นนักพัฒนาสังคมที่มีคุณภาพในยุคสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลง