เกิดมาครั้งเดียวก็ต้องเบียวให้สุดไปเลย!
ที่มา : Animation เรื่อง Chuunibyou demo koi ga shitai
Chuunibyou(ชูนิเบียว) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Middle School 2nd Year Syndrome
เป็นอาการที่แสดงถึงภาวะของผู้ที่เชื่อมจินตนาการในโลกของการ์ตูน โลกของอนิเมชั่น หรือโลกของเกมผสมผสานกับโลกของความเป็นจริง ซึ่งคำว่า Chuunibyou (ชูนิเบียว) กำเนิดขึ้นครั้งแรกจากรายการวิทยุประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ 1990 โดยคำว่า ‘Chuuni(ชูนิ)’ หมายถึง ‘มัธยม2’ และ ‘byou(เบียว)’ หมายถึง ‘โรค/ป่วย’ เมื่อนำทั้งสองคำนี้มารวมกันแล้ว ‘ชูนิเบียว’ จึงหมายถึง ‘โรคม.2’ นั่นเอง
อาการของอาการ Chuunibyou
ตามหลักแล้วคนที่มีอาการ Chuunibyou มักจะแสดงท่าทีก้าวร้าว ท้าทาย อวดดีอวดเด่น
ซึ่งส่วนมากมักจะอ้างตนเองเป็นเสมือนตัวละครในโลกอนิเมชั่น มังงะ หรือตัวละครจากเกม และในบางครั้งก็จะเรียกตนด้วยชื่อหรือยศที่สูงส่งแม้จะไม่เป็นความจริงก็ตาม เช่น อ้างตนว่าเป็นนักวิจัย อ้างตนว่าเป็นพลทหารในกองทัพ เป็นต้น
สาเหตุของอาการChuunibyou
โดยทั่วไปแล้วการเกิดอาการ Chuunibyou มักจะเกิดขึ้นมาจากบุคคลที่มีปัญหาทางด้านครอบครัวหรือการเลี้ยงดูที่ไม่ได้รับความอบอุ่นที่มากเพียงพอ ทำให้ช่องว่างระหว่างพัฒนาการทางด้านสมองไม่ได้เกิดการเรียนรู้ที่ดีมากนักหรือไม่ได้รับการกระตุ้นที่มากเพียงพอ ส่งผลให้เด็กเกิดการตั้งตนให้สูงกว่าผู้อื่นจนเกินความเป็นจริงหรือที่เรียกว่า ‘อาการหลงตนเอง’ ซึ่งบุคลิกภาพการหลงตนเองนี้เกิดขึ้นเพื่อป้องกันตนเองจากความรู้สึกสูญเสีย และการประเมินตนสูงกว่าความเป็นจริงนี้เป็นสาเหตุหลัก ๆ ในการเกิดอาการชูนิเบียวของวัยรุ่นเลยก็ว่าได้
อาการ Chuunibyou ในประเทศไทย
คำว่าชูนิเบียวมีความหมายในแง่ลบในโลกออนไลน์อย่างชัดเจน ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักจะใช้โจมตีเด็กหรือบุคคลที่มีพฤติกรรมบางอย่างที่ยากจะเข้าใจว่าเป็นการกระทำที่ ‘เบียว’ ไม่ว่าจะเป็นการรู้สึกอินกับการ์ตูนที่เพิ่งดูจบไป การแต่งตัวตามตัวละคร หรือพูดตามตัวละครที่ตนชื่นชอบ และเมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะเก็บความชื่นชอบหรือความรู้สึกอินนี้ไว้ เพื่อที่จะป้องกันการถูกตีตราและตราหน้าว่าเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรม ‘เบียว ๆ’
แต่หารู้ไม่ว่าบางครั้งการที่คนเราจะแสดงความชื่นชอบในบางสิ่งหรือมีความรู้สึกร่วมเป็นพิเศษกับบางอย่าง ไม่ได้เป็นสิ่งที่แย่เสมอไป เพียงแต่เราควรที่จะรู้ถึขีดจำกัดให้ชัดเจน รวมถึงการคงอยู่ซึ่งกาลเทศะ
หากปฏิบัติเช่นนี้ได้ก็จงเบียวให้เต็มที่ เพราะคนเรานั้น ‘เกิดมาครั้งเดียวก็ต้องเบียวให้สุดไปเลย!’
กล่าวคือ พฤติกรรม Chuunibyou คือการปลดปล่อยซึ่งจินตนาการและจะทำให้คนเรานั้นได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้าของโลกความเป็นจริง สุดท้ายแล้วหากไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นย่อมไม่นับว่าอาการชูนิเบียวเป็นสิ่งที่ต้องรักษาแต่อย่างใด
แต่ในกรณีที่ไม่รู้ถึงขีดจัดที่ชัดเจน รวมถึงมีความเชื่อที่ผิดแปลกจากความเป็นจริงมากจนเกินไปและส่งผลกระทบให้ผู้คนรอบข้างเกิดอันตราย บุคคลในกลุ่มนี้ควรที่จะเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป โดยวิธีการรักษาคือการช่วยให้บุคคลนั้นเกิดความตระหนักรู้ถึงอาการชูนิเบียวทางอ้อมและที่สำคัญคือ
‘อาการชูนิเบียว’ ไม่ใช่โรค แต่เป็นเพียงการแสดงออกเพียงชั่วคราวของความเป็นปัจเจกบุคคล สิ่งที่ควรจะต้องกระทำมากที่สุดคือ ควรหลีกเลี่ยงการล้อเลียนและการกระทำที่ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้รู้สึกแย่กับสิ่งที่เป็น
นอกจากนี้ใน บางกรณีอาจจะไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงใด ๆ หากบุคคลที่มีอาการชูนิเบียวไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่กำลังพบเจอปัญหา หรืออาการ Chuunibyou นั้นไม่ได้ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลต่อตนเองแต่อย่างใด และยิ่งไปกว่านั้น หากตรวจพบอาการชูนิเบียวได้แต่เนิ่น ๆ อาจจะช่วยให้บุคคลรอบข้าง เช่น ผู้ปกครองคุณครู พี่เลี้ยง สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นสำหรับผู้ที่มีอาการได้ เช่น การอธิบายถึงลักษณะสำคัญของอาการชูนิเบียวให้ได้รับฟัง โดยปราศจากการกดดัน เนื่องจากบางครั้งผู้ที่มีอาการชูนิเบียวก็มีปัญหาในการยอมรับความเป็นจริงของโลกได้เช่นกัน
จัดทำโดย
กมลทิพย์ สงวนปัทมาวัลย์ (66240158)
คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา
“ทุกทางออกมีปัญหาเสมอ”
อาจาร์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กันตพัฒน์ อนุศักดิ์เสถียร
ภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร
“นิสิตเข้าใจปะเนี่ย“
