คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ร่วมกองทัพภาคที่ 3 หารือความร่วมมือทางวิชาการ มุ่งพัฒนาหลักสูตรเสริมศักยภาพกำลังพล

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผู้บริหารคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วัชรพล พุทธรักษา คณบดีคณะสังคมศาสตร์ พร้อมด้วย ดร.ศิวาภรณ์ ไชยเจริญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมเลศ โพธิกนิษฐ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐพงษ์ สกุลเลี่ยว รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและประสบการณ์การเรียนรู้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภสิทธิ์ ต๊ะนา รองคณบดีฝ่ายอำนวยการและพัฒนาสภาพแวดล้อมองค์กร นางวนมาลินทร์ มหะพันธ์ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะสังคมศาสตร์ และนางสกาวรัตน์ โชติรัตนศักดิ์ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าบริการการศึกษา ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 3 นำโดย พลตรี เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 3 และ พลเอก สุทัศน์ จารุมณี อดีตผู้บังคับบัญชาในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 รวมถึงผู้แทนจากกองกฎหมาย มหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ 1 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือและร่วมพิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กับกองทัพภาคที่ 3 โดยมุ่งพัฒนาแนวทางการจัดทำหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับภารกิจและความต้องการของกำลังพล ตลอดจนส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการของกำลังพลอย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยง องค์ความรู้ทางสังคมศาสตร์กับการพัฒนาบุคลากรในภาคปฏิบัติ โดยคณะสังคมศาสตร์สามารถนำความเชี่ยวชาญด้านการเมือง การปกครอง การพัฒนาสังคม สังคมวิทยา มานุษยวิทยา และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์บริบทการทำงานจริง ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองระหว่างภาควิชาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคง อันจะนำไปสู่การพัฒนากำลังพลให้มีทั้ง ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ ความร่วมมือยังสอดคล้องกับแนวทางของคณะสังคมศาสตร์ในการเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ทางสังคม ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centric Skills) เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการทำงานจริง และสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน โดยคาดหวังว่าการหารือในครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และการพัฒนาหลักสูตรที่สร้างคุณค่าให้แก่กำลังพลและหน่วยงานในอนาคตอย่างต่อเนื่อง